เลบานอน-การเลือกตั้งครั้งสำคัญในรอบ 9 ปี


เลบานอนจัดการเลือกตั้งทั่วไป ซึ่งถือเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกในรอบกว่า 9 ปี ด้านคณะกรรมการกำกับดูแลการเลือกตั้ง สั่งห้ามสื่อ กระจายเสียงโฆษณาหาเสียงโดยตรง เพื่อช่วยลดแรงกดดัน จากกระแสการเลือกตั้งในครั้งนี้ ขณะที่หลายฝ่ายออกมาวิเคราะห์ว่า พรรคใดจะเป็นฝ่ายชนะระหว่างพรรคที่มีผู้นำเป็นมุสลิมนิกายสุหนี่ (Arab) และพรรคการเมืองของชาวมุสลิมชีอะฮ์ (Iranian) อย่างพรรคฮิซบอลเลาะห์

เมื่อวานนี้เป็นอีกหนึ่งวันสำคัญของชาวเลบานอน หลังมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประจำปี ที่ถือเป็นการเลือกตั้งทั่วไป ครั้งแรกในรอบกว่า 9 ปี ระหว่างพรรค Freedeom Movement ภายใต้การนำ ของ นายกรัฐมนตรี ซาอัด อัล-ฮา ริรี และผู้ท้าชิง อย่าง พรรค ฮิซบอลเลาะห์ ของนาย ฮัสซัน นาสราลเลาะห์ หลังประเทศ ต้องเผชิญกับความไม่สงบทางการเมือง ที่ต่างมีอุดมการณ์ทางศาสนา ระหว่าง 2 นิกาย อย่าง สุหนี่ และ ชีอะห์ ที่ขัดแย้งกัน รวมถึงปัญหาสงครามในประเทศเพื่อนบ้านอย่างซีเรีย ที่ส่งผลให้ประเทศ ต้องอยู่ภายใต้แรงกดดัน ตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นมา

โดยก่อนหน้านี้ ทางสมาชิกสภา เคยมีมติให้จัดการเลือกตั้งในปี 2556 แต่เนื่องด้วยสงครามความไม่สงบ ที่ปะทุขึ้น ส่งผลให้ต้องเลื่อนการเลือกตั้งออกไป ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย

จนในที่สุดทางรัฐสภาสามารถจัดการเลือกตั้งขึ้นมาได้ โดยในปีนี้ มีผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งกว่า 3.8 ล้านคน ร่วมเข้าลงคะแนนเสียงตามคูหา เลือกตั้งกว่า 6,800 แห่งทั่วประเทศ โดยมีกองกำลังรักษาความปลอดภัย คอยดูแลในทุกจุดลงคะแนน อย่างใกล้ชิด

ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้ มีผู้สมัครทั้งหมด 586 คน โดยมีสุภาพสตรี รวมอยู่ด้วย 86 คน เพื่อแย่งชิงตำแหน่งเก้าอี้สมาชิกรัฐสภา จำนวน 128 ที่นั่ง

โดยยังมีการเปลี่ยนแปลง การแบ่งเขตการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งจะคิดเป็นสัดส่วนตามศาสนา ที่ผู้คนนับถือมากที่สุด 2 อันดับ คือ อิสลาม และ คริสต์ เพื่อให้มีความสอดคล้องกับสัดส่วน ของจำนวนเก้าอี้สมาชิกสภา ที่แบ่งเป็นสัดส่วน ตามศาสนา อย่างเหมาะสม

โดยช่วงของการเปิดหีบลงคะแนน คณะกรรมการกำกับดูแลการเลือกตั้ง ได้สั่งห้ามสื่อภายในประเทศ เผยแพร่โฆษณารณรงค์หาเสียง ของพรรคใดๆ ก็ตาม เพื่อให้การเลือกตั้งภายในประเทศ ดำเนินไปด้วยความสงบ

ด้านประชาชนที่ไปใช้สิทธิ์เมื่อวานนี้ ต่างแสดงความคิดเห็น ในเชิงบวก ต่อการเลือกตั้งในครั้งนี้ โดยส่วนใหญ่ ให้สัมภาษณ์หลังลงคะแนนเสียงว่า รู้สึกดีใจ ที่ตนได้มีส่วนร่วม ในการเปลี่ยนแปลงประเทศครั้งสำคัญนี้ ที่ทุกคนรอคอยมา กว่าเกือบ 10 ปี

ก่อนหน้านี้ ได้มีผลโพลออกมาว่า ทางพรรคฮิซบอลเลาะห์ จะได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้ ซึ่งก็เป็นไปตามความคาดหมาย ทำให้ นายกรัฐมนตรีคนเก่าอย่าง นายซาอัด อัล-ฮา ริรี เสียตำแหน่งให้ นายฮัสซัน นาสราลเราะห์ ในที่สุด อย่างไรก็ตามผลคะแนนที่แน่นอนนั้น ยังคงต้องรอการตรวจสอบ จากคณะกรรมการการเลือกตั้ง และจะประกาศให้ทราบในเร็วๆ นี้

ผลการเลือกตั้งดังกล่าว ทำให้ประเทศเลบานอน อยู่ภายใต้การนำของพรรค ฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งเป็นพรรคชาวมุสลิมนิกาย ชีอะห์ ที่มีอุดมกาณณ์สนับสนุนความปรองดอง และเคารพในสิทธิ เสรีภาพ ของการเลือกนับถือศาสนา อีกทั้งยังต่อสู้เพื่อขับไล่การรุกรานจาก อิสราเอล ทำให้พรรค ฮิซบอลเลาะห์ เป็นที่ยอมรับของชาวเลบานอนส่วนมาก

ซึ่งภายหลังการประกาศผล มีกลุ่มผู้สนับสนุนนายฮัสซัน ออกมาร่วมขบวนเฉลิมฉลองทั่วเมือง เห็นได้จากการนำธง และรูปภาพ ของผู้นำประเทศคนใหม่ ร่วมแห่บนยานพาหนะ ไปทั่วเมือง

ขณะนี้หลายฝ่ายยังคงจับตามองว่า ผู้นำประเทศคนใหม่ จะสามารถคลี่คลายความขัดแย้ง ภายในประเทศได้หรือไม่ และอีกปัญหาสำคัญอย่าง”ภูเขาขยะ”ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งปัญหาระดับชาติที่ยังคงไม่ได้รับการเหลียวแลจากรัฐบาลเดิมมากกว่าสิบปีแล้ว และยังมีความคิดเห็นในเชิงลบจากประชาชนส่วนหนึ่งว่า ต่อให้ประเทศมีการเลือกตั้ง และมีผู้นำหน้าใหม่เข้ามาบริหารประเทศ แต่เลบานอน ก็ยังคงต้องประสบปัญหาการเมืองแบบเดิมๆ อย่างการทุจริต และการหาผลประโยชน์จากการเมือง

ขอบคุณข้อมูล จาก ch3