กมธ.พิจารณาพ.ร.ป.ปราบทุจริตมีมติไม่รีเซ็ต ป.ป.ช.


พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.)ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เปิดเผยว่า ช่วงบ่ายวันนี้(19 ธ.ค.) จะประชุมครั้งสุดท้ายเพื่อให้ร่างกฎหมายสมบูรณ์ที่สุด ก่อนเสนอเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)
วันที่ 21 ธันวาคมนี้ ยืนยันว่าข้อเสนอเรื่องการเพิ่มอำนาจให้กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดักฟังโทรศัพท์ เจาะอีเมล์ แชทไลน์ ข้อมูลอีเลคทรอนิกส์และไปรษณีย์ของผู้ที่สงสัยว่าทุจริตได้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะเคยมีอยู่ในกฎหมายหลายฉบับ โดยการเพิ่มอำนาจเกี่ยวกับการปราบปรามการทุจริตอาจจำเป็นต้องใช้พยานหลักฐานเหล่านี้หรือไม่ ถ้ากรรมการป.ป.ช.เห็นว่ามีความจำเป็นต้องใช้ข้อมูลเหล่านี้ก็ต้องยื่นผ่านศาลให้ใช้ดุลยพินิจพิจารณาว่าเข้าข่ายหรือไม่ ซึ่งกรรมการป.ป.ช.ทำเองไม่ได้

พล.ต.อ.ชัชวาลย์ กล่าวถึงการชี้แจงบัญชีทรัพย์สินหนี้สินภรรยานอกสมรส หรือกิ๊ก ว่า กรรมาธิการทำหน้าที่เพียงวางกรอบไม่ได้กำหนดรายละเอียดใด ๆ ไว้ ซึ่งกรรมการป.ป.ช.ต้องไปกำหนดเอง ขณะที่นักการเมืองต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินรวมถึงรายละเอียดประกอบ แต่จะปกปิดข้อมูลส่วนบุคคลไว้ไม่สามารถเปิดเผยได้ ยืนยันว่ากรรมาธิการฯ พิจารณากฎหมายลูกฉบับดังกล่าวอย่างครอบคลุม เพื่อประโยชน์ของประชาชน และเปิดให้มีส่วนร่วมในการตรวจสอบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการพิจารณาของกรรมาธิการฯ เมื่อวานนี้ (18ธ.ค.) ใช้เวลายาวนานกว่า 10 ชั่วโมง โดยหารือหลายเรื่องทั้งข้อเสนอเพิ่มอำนาจให้ป.ป.ช. สามารถดักฟังโทรศัพท์ เจาะอีเมล์ โปรแกรมแชท และไปรษณีย์ของบุคคลที่มีพฤติกรรมเชื่อได้ว่า ทุจริต โดยมีทั้งกรรมาธิการสายศาลและกรรมาธิการ สัดส่วนกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) ที่ไม่เห็นด้วยเพราะเห็นว่าเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล แต่เมื่อลงมติก็แพ้โหวต นอกจากนี้ยังเพิ่มให้ข้าราชการระดับสูงและนักการเมืองท้องถิ่นต้องเปิดเผยทรัพย์สินหนี้สินด้วย รวมถึงการแก้ไขหลักการเดิมจากที่กรธ. เสนอให้รีเซ็ตป.ป.ช.ที่มีคุณสมบัติขัดกับรัฐธรรมนูญปี 2560 เป็นให้กรรมการ ป.ป.ช.อยู่ต่อไปจนครบวาระ9 ปี นับตั้งแต่วันที่ ป.ป.ช.แต่ละคนได้รับการแต่งตั้งตามพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ.2542 โดยกรรมาธิการฯแก้ไขทั้งหมด 82 มาตรา เพิ่มเติม 8 มาตรา.-สำนักข่าวไทย